ข่าวกีฬา วัฒนธรรมสร้างคน : เหตุใดผู้ช่วยโค้ชเยอรมันจึงประสบความสำเร็จเมื่อเป็นนายใหญ่?

 

ข่าวกีฬา

การพัฒนาคนให้มีคุณภาพในแต่ละสาขาอาชีพได้นั้น “ครู” คือบุคคลสำคัญในการถ่ายทอดความรู้ไปยังผู้เรียน เช่นเดียวกับฟุตบอล ที่บรรดาชาติมหาอำนาจของโลกลูกหนัง มักมีโค้ชที่เก่งๆก้าวขึ้นมาเสมอ

และจากการที่ เยอร์เก้น คล็อปป์ , ฮานซี่ ฟลิค และ โธมัส ทูเคิล เป็นกุนซือชาวเยอรมันที่คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 3 ปีติดต่อกันแบบไม่ซ้ำหน้า หลังจากที่ ไบรอัน คลัฟ (น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์), บ็อบ เพสลีย์ (ลิเวอร์พูล) และ โทนี่ บาร์ตัน (แอสตัน วิลล่า) เคยทำได้ระหว่างปี 1980-1982 ทำให้ระบบการสร้างโค้ชของเยอรมัน กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง

2

เป็นที่น่าสังเกตว่า บรรดากุนซือชื่อดังในเยอรมนี มักจะเคยผ่านงานผู้ช่วยโค้ชมาก่อนอย่าง โยอาคิม เลิฟ บุนเดสเทรนเนอร์คนปัจจุบัน เคยเป็นมือขวาของ เยอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ ในทีมชาติ เช่นเดียวกับ ฮันซี่ ฟลิค ว่าที่เฮดโค้ชทีมชาติคนใหม่ ก็เคยเป็นผู้ช่วยของ เลิฟ และ นิโก้ โควัช อดีตนายใหญ่ บาเยิร์น มิวนิค

นอกจากนี้ โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีมของ เชลซี, ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ว่าที่นายใหม่ บาเยิร์น หรือแม้แต่ เอดิน เทอร์ซิช กุนซือขัดตาทัพของดอร์ทมุนด์ที่เพิ่งพาทีมคว้าแชมป์บอลถ้วย เดเอฟเบ โพคาล ก็เคยรับบทพระรองเช่นกัน

และเมื่อเทียบกับประเทศอื่นอย่าง อังกฤษ , สเปน หรือ อิตาลี ก็นับว่าในเยอรมนี มีอดีตมือขวาที่ผันตัวมาเป็นเฮดโค้ชแล้วประสบความสำเร็จอย่างโดดเด่นเป็นจำนวนไม่น้อย เรื่องราวนี้มีปัจจัยมาจากอะไร Main Stand มีคำอธิบาย..

ไม่มีทางลัด

“โค้ชประเภทไหนดีกว่ากัน?” ระหว่างคนที่เคยเป็นนักเตะดังมาก่อน กับคนที่แทบจะเริ่มไต่เต้าจากศูนย์ ? ถือเป็นคำถามโลกแตก แต่เมื่อมองไปยังโค้ชเยอรมันที่ประสบความสำเร็จ ก็ต้องบอกว่ามาจากประเภทหลังเยอะกว่า ไม่ว่าจะเป็น ทูเคิล , นาเกลส์มันน์ และ เทอร์ซิช ต่างก็ไม่ได้มีชื่อเสียงสมัยเป็นนักเตะ

 

นั่นทำให้พวกเขาต้องเริ่มไต่เต้ามาตามลำดับขั้นตอน เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากอคาเดมีหรือทีมเล็ก ๆ พร้อมกับนำเทคโนโลยีและสถิติเข้ามาใช้กับการคุมทีม จนมีประสบการณ์ตรงกับสายวิชาชีพโค้ชมากกว่า

อย่างกรณีของ ทูเคิล เขาเคยค้าแข้งกับทีมในลีกล่างอย่าง สตุ๊ตการ์ท คิกเกอร์ส และ อูล์ม ก่อนจะเริ่มจับงานโค้ชกับทีมเยาวชนของ สตุ๊ตการ์ท และเป็นผู้ช่วยผู้ฝึกสอนทีมเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ซึ่งปลุกปั้น มาริโอ โกเมซ กับ โฮลเกอร์ บาดสตูเบอร์ สองดาวรุ่งในตอนนั้น ให้ก้าวไปสู่การติดทีมชาติเยอรมันในเวลาต่อมา

โดยในปี 2005 เจ้าตัวได้กลับไปยัง เอาก์สบวร์ก สโมสรที่เคยเล่นสมัยเป็นเยาวชน และ อันเดรียส เรททิก ผู้อำนวยการกีฬาเห็นแววทางด้านการวางแทคติก จึงให้เจ้าตัวรับหน้าที่เป็นผู้ประสานงานทีมเยาวชน ก่อนจะได้รับโอกาสให้คุมทีมสำรองของ เอาก์สบวร์ก แล้วถูก ไมนซ์ ดึงตัวไปเป็นโค้ชรุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ในปี 2009 และถูกโปรโมตให้คุมทีมชุดใหญ่ในปีถัดมา

 

ขอบคุณข่าว : www.sanook.com

สนใจสมัคร ติดต่อ : talentufabet.com

 

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *