ข่าวกีฬา เป็นหนึ่งในเกมที่คอบอลชาวไทยหลายคน

Ufax10

ยังคงจำได้กันถึงทุกวันนี้ แม้เหตุการณ์จะผ่านมาเกือบ 20 ปีแล้วก็ตาม ทีมชาติอังกฤษ กรุยทางมาถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ โดยรอดตัวจากรอบแบ่งกลุ่มที่เรียกได้ว่าเป็น “กรุ๊ป ออฟ เดธ” ซึ่งประกอบไปด้วย สวีเดน, อาร์เจนติน่า และ ไนจีเรีย

พวกเขาผ่านเข้ารอบน็อกเอาท์ด้วยการเป็นที่ 2 ของกลุ่ม ชนะ 1 เสมอ 2 เก็บได้ 5 คะแนน โดยรอบ 16 ทีมเจอกับ “โคนม” เดนมาร์ก และเอาชนะได้แบบสบายๆ 3-0 จากประตูของ ริโอ เฟอร์ดินานด์, ไมเคิล โอเว่น และ เอมิล เฮสกีย์

ทางด้าน “แซมบ้า” บราซิล เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัยในเวลานั้น โชว์ฟอร์มร้อนแรงตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม คว้าชัยชนะรวด 3 นัด ยิงได้ถึง 11 และเสีย 3 ประตู

“ทัพเซเลเซา” ซึ่งนำทัพโดย 3 แนวรุก “ทริปเปิล อาร์” โรนัลโด้, ริวัลโด้ และ โรนัลดินโญ่ เดินหน้าคว้าชัยต่อเนื่องในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ประตูจาก ริวัลโด้ และ โรนัลโด้ พาพวกเขาผ่าน เบลเยี่ยม และเข้าไปชนกับ “สิงโตคำราม”

ที่เมือง ชิสึโอกะ คู่ระหว่าง อังกฤษ กับ บราซิล คือคู่แรกของรอบ 8 ทีมสุดท้าย ซึ่งแข่งขันกันในช่วงบ่ายโมงครึ่งตามเวลาประเทศไทย

1 ตัวจริงของทีมชาติอังกฤษในเกมนั้น ประกอบไปด้วย เดวิด ซีแมน, แดนนี่ มิลล์ส, แอชลี่ย์ โคล, ริโอ เฟอร์ดินานด์, โซล แคมป์เบลล์, เทรเวอร์ ซินแคลร์, เดวิด เบ็คแฮม, พอล สโคลส์, นิคกี้ บัตต์, ไมเคิล โอเว่น และ เอมิล เฮสกีย์

ฝั่ง บราซิล มี มาร์กอส, คาฟู, ลูซิโอ, โรเก้ จูเนียร์, เอ็ดมิลสัน, โรแบร์โต้ คาร์ลอส, กิลแบร์โต้ ซิลวา, ริวัลโด้, โรนัลดินโญ่, เคลแบร์สัน และ โรนัลโด้

ขอบคุณข่าว : https://www.siamsport.co.th/
สนใจสมัคร ติดต่อ : talentufabet.com

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *